Categories
แทงบอลออนไลน์

สิ่งที่ต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลซีซั่นหน้า

แทงบอลออนไลน์

ฟุตบอลลีคซีซั่นนี้ปิดฉากลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ต้องบอกว่าเป็นซีซั่นที่ยาวนานและมีอะไรเกิดขึ้นมากมายจริงๆ อย่างไรก็ตามด้วยการพักไปแล้วช่วงหนึ่งตอนโควิท 19 ทำให้ช่วงการพักซีซั่นนี้น้อยลงไปด้วย เพื่อดึงตารางปฏิทินฟุตบอลกลับคืนมาสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามแฟนบอลอย่างเราต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงด้วยว่าในซีซั่นหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

การใช้ VAR

ซีซั่นนี้ถือว่าพระเอกและผู้ร้ายที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลก็คือ VAR ที่เอาเข้ามาเพื่อทำให้วงการฟุตบอลโปร่งใสมากขึ้น แม้ว่าการมี VAR มาช่วยตัดสินทำให้หลายจังหวะโปร่งใส และเคลียร์มากขึ้น แต่การใช้ VAR มันกลับทำให้เกิดปัญหาอีกข้อขึ้นมาก็คือการบังคับใช้ VAR แม้ว่าจะมีการกำหนดไว้แล้วก็ตามที แต่พอหน้างาน มันก็เกิดสถานการณ์ว่าถ้าใช้ VAR คำตัดสินอาจจะเป็นอีกอย่างเยอะมาก กับ สถานการณ์ว่าทำไมไม่ใช่ VAR ซึ่งต้องดูต่อไปว่า การบังคับใช้ VAR จะทำได้ดีกว่าซีซั่นนี้แค่ไหน

แฟนบอลเข้าชม

การห้ามแฟนบอลเข้าสนามถือว่าเป็นมาตรการป้องกันช่วยเหลือ ทีม นักเตะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน แต่ผลเสียที่ทำให้เกิดขึ้นก็คือ มันทำให้รายได้ของสโมสรขาดหายไป บางสโมสรนี่ถือว่าเป็นรายได้หลัก เส้นเลือดใหญ่เลี้ยงทีมเลยก็ว่าได้ พอตัดตรงนี้ไป ก็ทำให้รายได้หดฮวบฮาบทีเดียว อย่างไรก็ตามต้องมาดูกันว่าซีซั่นหน้าฝ่ายจัดการแข่งขัน และรัฐบาลจะปล่อยให้แฟนบอลเข้าชมในสนามได้เท่าไร แต่คิดว่าอย่างเก่ง 50% ของความจุเดิมก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว

ฟุตบอลยุโรป

ซีซั่นนี้ การแข่งขันฟุตบอลยุโรป จะไปตัดจบแบบการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ท้ายซีซั่น น่าสนใจว่าซีซั่นหน้าจะมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลยุโรปอย่างไร ซึ่งแนวทางตรงนี้ยังไม่มีออกมาเลย ว่าจะกลับไปแข่งแบบเหย้าเยือน หรือ จะรอตัดจบเป็นช่วงๆแบบทัวร์นาเมนต์กันแน่ แฟนบอลต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงนี้ต่อไป

Categories
แทงบอลออนไลน์

นักเตะที่ค่าพุ่งสูงขึ้นมากที่สุดของพรีเมียร์ลีก

แทงบอลออนไลน์

ใครที่เล่นเกมคุมทีมข้างสนามอย่าง FM manager มาก่อนจะรู้ดีว่าหากนักเตะในทีมของเราทำผลงานได้ดี ความยากลำบากในการรั้งตัวจะตามมาด้วย ไม่เพียงแค่นั้นการวัดว่านักเตะที่เราคุมนั้นเก่งขึ้นหรือไม่ก็คือการดูว่า ค่าตัวนักเตะเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากเพิ่มขึ้นเท่าไร ก็เก่งขึ้นเท่านั้น เรามาดูกันว่าราคาประเมินของนักเตะพรีเมียร์ลีกคนไหนกระโดดสูงขึ้นบ้าง

บรูโน่ แฟร์นันเดส

คนแรกที่ต้องบอกว่า มาแล้วเกิดจริงๆในครึ่งซีซั่นหลังของพรีเมียร์ลีก จนแฟนแมนยูคิดว่าถ้าหากมาตั้งแต่ตอนต้นฤดูกาล อะไรๆมันจะดีกว่านี้ สำหรับ บรูโน่ ตอนนี้อายุ 25 ปี ราคาเดิมที่ซื้อมาอยู่ที่ประมาณ 48 ล้านยูโร แต่ฟอร์มช่วงครึ่งซีซั่นหลังดีดให้กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวมากถึง 70 ล้านยูโรเลยทีเดียว เพิ่มค่าตัวมากถึง 22 ล้านยูโร

มาร์คัส แรชฟอร์ด

คนที่สองยังอยู่ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คราวนี้เป็นศูนย์หน้าดาวรุ่งอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องยอมรับว่าซีซั่นนี้ช่วงต้นแฟนบอลต่างก็บ่นอุบถึงวิธีการเล่นที่เน้นการโชว์เดี่ยวมากไปหน่อย แต่หลังจากโดนติว พร้อมกับหยุดไปทบทวนตัวเองในตอนโควิท 19 เค้ากลับมาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น จากเดิมที่ค่าตัวอยู่ที่ 64 ล้านยูโร ตอนนี้ดีดไปที่ 80 ล้านยูโรแล้ว ขึ้นมาถึง 16 ล้านยูโร

เมสัน กรีนวู้ด

อีกคนที่ถือว่าฟอร์มดีมากในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ก็คือ เมสัน กรีนวู้ด หรือ น้องไม้เขียวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง ความเร็ว คม และเล่นได้ทั้งสองเท้า กลายเป็นความน่ากลัวที่กองหลังฝ่ายตรงข้ามไม่อยากเจอเลย บวกกับเจ้าตัวอายุเพียงแค่ 18 ปี นั่นทำให้ยังมีอะไรพัฒนาได้อีกเยอะเลย ตอนแรกถูกประเมินไว้ที่ 29 ล้านปอนด์ ตอนนี้ดันไปถึง 45 ล้านปอนด์แล้วจ้า

บูกาโย ซาก้า

คนต่อไปอายุเท่ากับ กรีนวู้ดเลย นั่นก็คือ บูกาโย ซาก้า เด็กคนนี้ต้องบอกเลยว่ามีของแน่นอน การลงเล่นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี ถือว่าเป็นความหวังใหม่ของอาร์เซนอลเลยก็ว่าได้ ตอนแรกโดนประเมินไว้ที่ 20 ล้านยูโร ตอนนี้ตั้งต้นที่ 35 ล้านยูโรเข้าไปแล้ว

Categories
แทงบอลออนไลน์

โอเดการ์ด ,ดิอาซ ทีมใหญ่กับโอกาสอันน้อยนิดของดาวรุ่ง

martin-odegaard

ใครที่ดูฟอร์มของ เออร์ลิง ฮาร์ลันด์ นักเตะดาวรุ่งที่ย้ายไปดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าต้องคิดเหมือนกันว่านี่มันคือฝีเท้าของเด็กที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีจริงๆเหรอ ทำไมมันเก่งเกินวัยได้มากขนาดนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า โลกฟุตบอลมีวันเดอร์คิดหลายคน แต่หลายคนก็ทำได้เพียงแค่นั้นไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้ อย่างเคสของ มาร์ติน โอเดการ์ด กับ บราฮิม ดิอาซ ของรีลมาดริด เราจะมาเล่าถึงสองคนนี้กันว่าทำไมถึงเป็นได้แค่ดาวรุ่งเท่านั้น

มาร์ติน โอเดการ์ด ดาวรุ่งวัย 16 ปี

เคสของ มาร์ติน โอเดการ์ด นั้นน่าสนใจมาก เค้ากลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองไปทั่วยุโรปตั้งแต่อายุ 16 ปีเท่านั้นเอง ตอนนั้นใครต่อใครก็คิดว่าเป็นเพียงแค่ข่าวลือเรียกกระแสเท่านั้น แต่ไปๆมาๆ เรื่องนี้กลับกลายเป็นจริง แม้จะเป็นลีคห่างไกลในประเทศนอร์เวย์ แต่ต้องยอมรับว่าเด็กวัย 16 ปีที่ลงเล่นกับเหล่ามืออาชีพในตอนนั้นได้อย่างไม่เป็นรองมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ตอนนั้นมีหลายทีมอยากได้เด็กคนนี้มาก สุดท้ายเสร็จรีล มาดริด ด้วยค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์ตามด้วยค่าเหนื่อย 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ถือว่าสูงมากสำหรับเด็กอายุ 16 ปีตอนนั้น) อ่านมาถึงตรงนี้เหมือนจะดี แต่พอย้ายไปจริงเจ้าตัวไม่สามารถสอดแทรกลงตัวจริงได้เลย ถูกเปลี่ยนลงไปเล่น 2 เกม ในเกมที่ขาดไปแล้วเท่านั้น จนทำให้เจ้าตัวขาดโอกาสในการพัฒนาตัวเองในสนามไปอย่างน่าเสียดาย ต้องย้ายตัวไปเรื่อย จนเหมือนจะกลับมาได้กับทีม เรอัล โซเซียดัด

บราฮิม ดิอาซ

คนต่อไปที่ต้องบอกว่าไปรีล มาดริด เร็วเกินไปจนเหมือนเดินชีวิตผิดพลาดก็คือ บราฮิม ดิอาซ คนนี้ต้องบอกว่าเป็นเด็กปั้นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่กำลังก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่อย่างมั่นคงภายใต้การดูแลของ เป๊ป กวาดิโอล่าร์ แต่แล้วเจ้าตัวกลับเลือกเส้นทางอื่นด้วยการย้ายไป รีล มาดริดด้วยค่าตัว 15.30 ล้านปอนด์ พอย้ายไปก็เหมือนกับดาวรุ่งหลายคนที่กลายเป็นดาวดับจากการไม่ได้ลงสนาม บวกกับการปรับชีวิตไม่ได้อีก ก็เลยไปกันใหญ่ สุดท้ายทั้งสองคนเป็นเพียงนักเตะรอการขาย หรือ แนบท้ายสัญญาตัวแถมเท่านั้นเอง น่าเสียดายจริงๆ